(Information Technology Privacy Notice)
3.การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
| วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล | ฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล |
| • เพื่อให้บริการและควบคุมการเข้าถึงระบบสารสนเทศของบริษัท: บริษัทต้องมีการจัดการบัญชีผู้ใช้งาน กำหนดสิทธิการเข้าถึงระบบ และเครือข่ายต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ของ แต่ละบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต • เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทางเทคนิค: บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลระบบเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ วิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหา และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้บริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบสารสนเทศของบริษัท: บริษัทใช้ข้อมูลเพื่อวางแผน ปรับปรุง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และมาตรการด้านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและภัยคุกคามในปัจจุบัน • เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมที่เสี่ยงหรือผิดปกติในระบบสารสนเทศ: บริษัทอาจตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการละเมิดนโยบายการใช้งานหรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การพยายามเข้าระบบหลายครั้งผิดพลาด หรือการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในช่วงเวลาที่ผิดปกติ • เพื่อจัดทำรายงานด้านการตรวจสอบการใช้งานระบบสารสนเทศ: บริษัทมีหน้าที่ในการจัดทำบันทึกและรายงานการใช้งานระบบตามระยะเวลาและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งภายในและภายนอกองค์กร • เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ: บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลบางส่วนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งหรือการตรวจสอบทางกฎหมาย | • ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย |
4.การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
4.1 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นหรือบุคคลภายนอก
• ผู้ผู้รับเหมาช่วง นายหน้า หรือผู้ให้บริการใด ๆ ที่ทำงานให้กับบริษัทฯ หรือให้บริการแก่บริษัทฯ เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดกิจกรรม ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ สื่อมวลชน ทั้งนี้รวมถึงผู้รับเหมาช่วง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้บังคับบัญชา และผู้ปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าว
• หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมในครั้งนั้น ๆ
• สถาบันทางการเงิน และผู้ให้บริการรับชำระเงิน ผู้รับประกันและตัวแทนหรือนายหน้าของผู้รับประกัน ที่ปรึกษา ผู้ให้บริการทางวิชาชีพ
• ผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลผลประโยชน์ใด ๆ ของท่าน
• คนกลาง บุคคลผู้ติดต่อ และตัวแทนของท่าน
• บุคคลใด ๆ ที่ออกคำสั่ง หรือบริหารจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ของ หรือในนามของท่าน (เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ทนายความ เป็นต้น) และ/หรือ
• บุคคล หรือบริษัทใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบธุรกิจของบริษัท บริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่ม
• บุคคลใด ๆ ที่บริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว
• บุคคลใด ๆ ที่บริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าว
• บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่ม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
• บริษัท องค์กร หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ดำเนินการตรวจสอบกิจการ/การดำเนินงานของบริษัท
5. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเมื่อหมดความจำเป็น เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะลบข้อมูลที่จัดเก็บไว้ระในระบบคอมพิวเตอร์ออกจากระบบอย่างถาวร เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานานกว่านั้น
เฉพาะข้อมูลการใช้งานระบบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ของบุคคลภายนอกผู้ใช้บริการ จะเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะลบข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ออกจากระบบอย่างถาวร เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log) ของท่านเป็นกรณีพิเศษ เฉพาะรายต่อไปอีกคราวละไม่เกิน 6 เดือนต่อเนื่องกัน แต่ไม่เกิน 2 ปี
เฉพาะข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมการเข้าถึง (CCTV) ไว้เป็นระยะเวลา 180 วัน นับจากวันที่มีการบันทึกข้อมูล (ในสถานเหตุการณ์ปกติ) หลังจากครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวระบบจะทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลแบบถาวรโดยอัตโนมัติ กรณีอันมีเหตุหรือสถานการณ์เกี่ยวกับความั่นคงปลอดภัยเกี่ยวกับบุคคล (ท่าน) หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ รวมถึงเหตุการณ์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จะดำเนินการจัดเก็บหรือบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลในเหตุการณ์น้ันไว้จนกว่าจะมีการดำเนินการในกระบวนการยับยั้ง ป้องกัน สืบค้น ดำเนินคดีทางกฎหมาย ช่วยเหลือหรือระงับข้อพิพาท กระบวนการร้องทุกข์ กระบวนการฟ้องร้องคดีทางอาญาและทางแพ่ง หรือดำเนินคดีจนถึงที่สุด เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะลบข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ออกจากระบบอย่างถาวร ภายใน 15 วัน
6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะเคารพสิทธิของท่านและจะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์บางประการ อย่างทันท่วงที
ท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้
6.1 สิทธิในการขอถอนความยินยอม: ในกรณีที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากบริษัทฯ สามารถใช้ฐานอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
6.2 สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทฯ
6.3 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
6.4 สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยท่านสามารถใช้สิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลนี้ควบคู่ไปกับสิทธิในการคัดค้านในข้อถัดไป อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธินี้จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเพื่อขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด โดยบริษัทฯ จะพิจารณาแต่ละคำขอด้วยความระมัดระวังตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
6.5 สิทธิในการคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากบริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การบันทึกและวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาและพฤติกรรมของบุคคล (Profiling)
6.6 สิทธิในการขอให้มีการระงับการประมวลผล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราว เช่น เมื่อท่านต้องการให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเมื่อท่านร้องขอให้บริษัทฯ พิสูจน์เหตุผล หรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
6.7 สิทธิในการส่งหรือโอนย้ายข้อมูล: ในบางกรณี ท่านสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สามารถใช้งานโดยทั่วไปได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น สิทธิดังกล่าวนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัทฯ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้กระทำโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประมวลผลเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันภายใต้สัญญาได้
6.8 สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน: ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า บริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฯ หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว
ท่านอาจใช้สิทธิข้างตนของท่านได้ตลอดเวลา โดยติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 8 ด้านล่าง
7.ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง บริษัทฯ จะตรวจสอบและใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์กร ทั้งทางกายภาพ และทางเทคนิคที่เหมาะสมอยู่เสมอ ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่สูญหาย ถูกทำลายโดยไม่ตั้งใจ ถูกเปิดเผย และนำไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ หรือ เข้าถึงโดยบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทฯ
8.การจัดการกับเรื่องร้องเรียน หรือข้อสงสัย
ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทฯ จัดเก็บ ใช้ ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือสอบถามข้อสงสัยได้ที่ช่องทาง ดังต่อไปนี้
• ติดต่อที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย จำกัด (มหาชน)
51/859 ซอยนวลจันทร์ 34 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานครฯ 10230
• อีเมล dpo@clickconnexion.com
• หมายเลขโทรศัพท์ 02 118 3999 ต่อ 201,305,308
9.การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทฯ จะทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัว สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ และอาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว โดยท่านสามารถดูการแก้ไขเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดได้จากวันที่ด้านล่างของประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.marketconnectionsasia.com
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 23 เมษายน 2569